ไม่มีวี่แวว

   ฤดูกาลที่ 3 ของโชเซ่ มูรินโญ่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือว่าเป็นฤดูกาลที่สำคัญที่สุดสำหรับกุนซือชาวโปรตุเกส ที่จะได้อยู่ทำทีมในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดต่อ หรือว่าจะต้องเตรียมไปหางานใหม่ในฤดูกาลหน้า ขึ้นอยู่กับผลงานของทีม “ปีศาจแดง” ในฤดูกาลนี้ เพราะฤดูกาลที่แล้วพวกเขาทำได้เพียงแชมป์ว่าวเท่านั้น ถึงแม้ว่าฤดูกาลแรกจะเป็นดับเบิ้ลแชมป์บอลถ้วยอย่างลีก คัพ และยูโรป้า ลีกก็ตาม แต่มันเป็นเหมือนถ้วยกันภัยเสียมากกว่า ไม่ได้บ่งบอกถึงความสำเร็จของทีมในฤดูกาลนั้นแต่อย่างใด เพราะสิ่งที่แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องการมากที่สุดในตอนนี้ก็คือการทำให้ทีมกลับไปเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้อีกครั้ง หลังจากรอคอยมาแล้ว 5 ปี ตั้งแต่หมดยุคการคุมทีมของเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน บรมกุนซือที่เป็นตำนานของสโมสร ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วถึงแม้ว่ามูรินโญ่จะพาทีมได้รองแชมป์ก็ตาม แต่ก็มีคะแนนตามหลังแชมป์อย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ถึง 19 คะแนนเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเก็บคะแนนได้ถึง 81 คะแนนเลยทีเดียว แต่เป็นฤดูกาลที่สุดยอดของเป็ป กวาดิโอล่า และลูกทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่กวาดไปได้ถึง 100 คะแนน ซึ่งคะแนน 81 คะแนนถือว่ามากทีเดียว และบางฤดูกาลคะแนนเท่านี้ก็สามารถเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกได้แล้ว แต่ไม่ใช่กับยุคนี้ที่ทีมแชมป์จะต้องมีมาตรฐานมากขึ้น และหากต้องการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกยุคนี้ควรจะแพ้ไม่เกิน 3 นัดเต่อหนึ่งฤดูกาล แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกลับแพ้ไปถึง 7 นัดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งมีปัญหามากเกมเยือนที่พวกเขาแพ้ไปถึง 5 นัด และชนะได้เพียง 10 นัดเท่านั้น
ฤดูกาลนี้การเสริมทัพก็ยังดูไม่เข้าที่เข้าทาง และไม่เข้าตาแฟนบอล “ปีศาจแดง” เท่าไหร่ และจากฟอร์มช่วงพรีซีซั่นที่ถึงแม้จะเป็นแค่เกมอุ่นเครื่องเรียกความฟิตก็ตาม และตัวผู้เล่นที่กรำศึกหนักจากฟุตบอลโลกก็ยังไม่กลับมาเข้าแคมป์กับทีม แต่หากทีมมันมีทรงมีแววซักหน่อย ก็น่าจะเอาชนะทีมจากเมเจอร์ ลีก ของสหรัฐอเมริกาได้ไม่ยาก แต่พวกเขาก็กลับทำได้เพียงแค่ผลเสมอทั้ง 2 นัดกับคลับ อเมริกาของเม็กซิโก และซาน โฮเซ่ เอิร์ตเควก ทีมท้ายตารางของเมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์ ที่เสียประตูมาทุกนัดในลีก แต่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกลับยิงไม่ได้ซักประตูใน 90 นาที ซึ่งแสดงให้เห็นว่าลูกทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ ยังไม่มีความพร้อมที่จะต่อกรแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้เลย และเวลาที่จะเปิดฤดูกาลก็ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของโชเซ่ มูรินโญ่แล้วด้วย

3 ตัวเลือก

   ถึงแม้ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมยักษ์หลับของศึกพรีเมียร์ลีก จะยังไม่คึกคักเหมือนที่เคยเป็นมา ถึงแม้ว่าจะได้นักเตะมาแล้ว 3 ราย คือเฟร็ด กองกลางทีมชาติบราซิลจากชัคต้าร์ โดเน็ตส์ ด้วยค่าตัวเกือบ 60 ล้านปอนด์ ตามมาด้วยดิโอโก้ ดาโล่ต์ แบ็คดาวรุ่งโปรตุเกสอีกประมาณ 20 ล้านปอนด์ และสุดท้ายเป็นลี แกรนต์ นายประตูจอมเก๋าที่คาดว่าน่าจะเอามาเป็นมือ 3 จากสโต๊ค ซิตี้อีกประมาณ 1.5 ล้านปอนด์ ซึ่งทั้ง 3 รายนี้เหมือนจะเป็นการซื้อเพื่อเข้ามาแก้ปัญหาของทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้วแต่อย่างใด เพราะตำแหน่งที่ทีมต้องการจริงๆ คือปราการหลังตัวกลางอย่างน้อย 1 ราย และตัวรุกริมเส้นด้านขวาอีก 1 คน ซึ่งทั้ง 2 ตำแหน่งนี้ประสบปัญหาเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ถึงแม้ว่าตำแหน่งปราการหลังตัวกลางทีม “ปีศาจแดง” จะมีนักเตะในตำแหน่งนี้อยู่แล้วมากมาย แต่ละคนกลับไว้ใจไม่ค่อยได้ และเล่นได้ไม่ค่อยสม่ำเสมอ โดยมีเอริค ไบญี่ ที่พอจะไว้ใจได้บ้าง แต่กองหลังไอวอรี่ โคสต์มักมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนค่อนข้างบ่อย ทำให้ลงสนามได้ไม่ต่อเนื่อง

ซึ่งข่าวคราวการซื้อขายนักเตะของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในซัมเมอร์นี้ค่อนข้างเงียบมากจนผิดปกติในตำแหน่งตัวรุก ที่แทบไม่มีใครตกเป็นข่าวด้วยแบบเป็นชิ้นเป็นอันเลย คือมีข่าวลือขึ้นมาบ้าง แต่ไม่เกิน 2 วันก็จะเงียบหายเข้ากรีบเมฆอีกครั้ง แต่สิ่งที่โชเซ่ มูรินโญ่ต้องการเสริมทีมแน่ๆ ในช่วงซัมเมอร์นี้คือตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง ที่พวกเขามีตัวเลือกอยู่ในใจแล้ว 3 คน ได้แก่โทบี้ อัลเดอร์ไวรัลด์ กองหลังทีมชาติเบลเยี่ยม ที่พร้อมจะออกจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เพียงแต่ต้องสู้ราคาที่ค่อนข้างสูงเกิน 60 ล้านปอนด์ รายที่ 2 คือแฮร์รี่ แม็คกวาย ปราการหลังทีมชาติอังกฤษที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นในศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมาจากเลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งมีโอกาสได้ตัวไม่น้อย หากยื่นข้อเสนอที่ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านปอนด์ไปให้ทีม “จิ้งจอกสยาม” พิจารณา และรายสุดท้ายที่อยู่ในลิสต์คือเลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ปราการหลังทีมชาติอิตาลีจากเอซี มิลาน ที่ต้องการย้ายออกจากถิ่นซานซีโร่ ถึงแม้ว่าสโมสรจะอุทธรณ์โทษแบนสามารถไปเล่นในศึกยูโรป้า ลีกในฤดูกาลหน้าได้แล้วก็ตาม โดยกองหลังวัย 31 ปีน่าจะมีค่าตัวที่ถูกที่สุดหากเทียบกับสองรายแรก ซึ่งน่าจะอยู่ที่ 30 ล้านปอนด์ ซึ่งอยู่ที่ว่ากุนซือ “ปีศาจแดง” จะเลือกรายไหนเพื่อเข้ามาแบ่งเบาภาระในการเซฟประตูของดาบิด เด เกอา และไม่น่าจะหนีจาก 3 รายนี้อย่างแน่นอน