คุณภาพไม่ถึง

            ในยุคสมัยที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีกุนซือที่ชื่อเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน บรมกุนซือชาวสก็อตแลนด์ ซึ่งเขาได้ดันนักเตะดาวรุ่งขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่มากมาย โดยเฉพาะในยุค Class of 92 อันโด่งดังที่มีเดวิด เบ็คแฮ่ม พอล สโคลส์ ไรอัน กิ๊ก คู่พี่น้องเนวิลล์ และนิคกี้ บัตต์ ที่ได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่พร้อมๆ กัน ซึ่งทำให้ทีม “ปีศาจแดง” ประสบความสำเร็จอย่างมากนช่วงยุค 90 และหลังจากนั้นกุนซือคนเก่งก็ดันนักเตะขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่ในระยะหลังถูกมองว่าไม่เก่ง และไม่ดีพอที่จะขึ้นทีมชุดใหญ่ของสโมสรด้วยซ้ำ แต่นักเตะเหล่านั้นก็ประสบความสำเร็จกับสโมสร ทั้งจอห์น โอเช ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ เวส บราวน์ ซึ่งฟอร์มการเล่นในสนามของนักเตะเหล่านี้ก็ถูกแฟนๆ “ปีศาจแดง” ด่าเช้าด่าเย็น แต่สุดท้ายพวกเขาก็จบฤดูกาลด้วยการเป็นแชมป์อยู่หลายฤดูกาล ซึ่งหากเทียบกับดาวรุ่งชุดนี้ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ดูดีมีความสามารถมากกว่าด้วยซ้ำ แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทำให้โชเซ่ มูรินโญ่ไม่สามารถทำทีมให้ประสบความสำเร็จได้เหมือนอย่างที่เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสันเคยทำ เนื่องจากมีการแข่งขันกันสูงมากในยุคนี้ ซึ่งอย่างมาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าดาวรุ่งของทีมที่ดูดีที่สุดในรอบหลายปีที่ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ตอนหลุยส์ ฟาน กัล กุนซือชาวดัตช์คุมทีมอยู่ ก็ยังไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ ส่วนอีกรายก็คือสก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ กองกลางชาวสก็อตแลนด์ ที่ขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งหากความสามารถประมาณนี้แล้วยังอยู่ในยุคของเซอร์อเล็ก เฟอร์กูสันก็อาจจะถือว่าได้เป็นดาวรุ่งที่น่าจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

แต่พอมาอยู่ในยุคของโชเซ่ มูรินโญ่ ที่ไม่ถนัดในการใช้นักเตะดาวรุ่งแม้แต่น้อย ซึ่งเขามักทำการขายนักเตะดาวรุ่งออกจากทีมเป็นประจำ ไม่ว่าเขาจะย้ายไปคุมทีมที่สโมสรไหนก็ตาม และมักจะซื้อนักเตะอายุมากที่มีประสบการณ์ และพร้อมใช้งานได้เลยมากกว่า ซึ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีนโยบายที่จะไม่ค่อยซื้อนักเตะอายุมากมาร่วมทีม ซึ่งถือว่าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และการดันสก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ขึ้นมาเพียงคนเดียวเท่านั้นในช่วง 2 ปีที่มูรินโญ่คุมทีมในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งดาวรุ่งวัย 21 ยังความสามารถไม่ถึงกับการเล่นกับทีมชุดใหญ่ด้วยซ้ำ ทางที่ดีควรจะปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัวไปใช้งานก่อน 1 ฤดูกาล เพื่อเพิ่มประสบการณ์ และโอกาสในการลงสนามที่ต่อเนื่อง แล้วค่อยดึงกลับมาใช้งานอีกทีฤดูกาลหน้า